หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชาการจัดการสุขภาพชุมชน
(หลักสูตรใหม่ พ.ศ.๒๕๕๓)
สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน  คณะศิลปศาสตร์

ชื่อหลักสูตร
ชื่อภาษาไทย      :   หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสุขภาพชุมชน
ชื่อภาษาอังกฤษ   :   Bachelor of Arts Program in Community Health Management

ชื่อปริญญาและสาขาวิชา
ชื่อภาษาไทย           ชื่อเต็ม   :   ศิลปศาสตรบัณฑิต (การจัดการสุขภาพชุมชน)
ชื่อย่อ    :   ศศ.บ. (การจัดการสุขภาพชุมชน)
ชื่อภาษาอังกฤษ     ชื่อเต็ม   :   Bachelor of Arts (Community Health Management)
                              ชื่อย่อ    :   B.A. (Community Health Management)

วิชาเอกหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะของหลักสูตร
            ความเชี่ยวชาญเฉพาะของหลักสูตรนี้มุ่งเน้นความสามารถในการใช้หลักทางวิชาการ การบริการและการบริหารจัดการสุขภาพตามแนวคิดใหม่โดยยึดหลักมวลประชาร่วมสร้างสุขภาพ (All For Health) ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัวและชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาร่วมกับชุมชนและเครือข่ายการพัฒนาสุขภาพด้วยจิตอาสา เสริมสร้างพลังชุมชนให้มีความเข้มแข็งด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและการปรับปรุงอนามัยสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาพัฒนาคุณภาพชีวิตบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  หลักสูตรนี้จึงมุ่งเน้นการสร้าง “บุคลากรสุขภาพแนวใหม่” ที่เข้าใจเรื่องสุขภาพแนวใหม่ได้อย่างดี  มีจิตอาสาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง สุขภาวะชุมชน สังคมแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน

จำนวนหน่วยกิตที่เรียนตลอดหลักสูตร  120 หน่วยกิต

รูปแบบของหลักสูตร
รูปแบบ หลักสูตรระดับปริญญาตรี ตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา
ภาษาที่ใช้ ภาษาไทย
การรับเข้าศึกษา รับนักศึกษาที่สามารถใช้ภาษาไทยได้
ความร่วมมือกับสถาบันอื่น
1 . กระทรวงสาธารณสุข
2. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
3.  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
4. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
5. สำนักงานวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.)
6. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
7.  องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.)
8.  สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น
9.  หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในระดับชุมชน
10. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
11. องค์กรต่างประเทศ

  แนะนำสาขาการจัดการสุขภาพชุมชน
หลังจากการประชุมนานาชาติว่าด้วยการส่งเสริมสุขภาพโลกครั้งแรก ณ เมืองออตตาวาในปี 2529 เป็นต้นมา การสาธารณสุขของโลกได้ก้าวเข้าสู่การจัดการสุขภาพแนวใหม่ ที่ให้ความสำคัญอย่างสูงกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ซึ่งเป็นการสาธารณสุขเชิงรุก ไม่ใช่การตั้งรับหลังการเจ็บป่วยด้วยการรักษาพยาบาลอย่างเดิมอีกต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากสุขภาพไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงเป้าหมายหรือผลลัพธ์ของความต้องการในการดำรงชีวิตเท่านั้น แต่สุขภาพยังเป็นทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยนำเข้าสู่การพัฒนาชีวิตตนเอง หน้าที่การงาน และผลผลิตทางเศรษฐกิจ ทำให้เป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งกาย ใจ (อารมณ์) สังคม ปัญญา และจิตวิญญาณ (คุณธรรม) สุขภาพจึงเป็นฐานของชีวิตมีคุณภาพ มีศักยภาพ หรือมีพลังเพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ  นอกจากนั้นสุขภาพยังปรากฏอยู่ในทุกหนทุกแห่งไม่ใช่ในสถานพยาบาลเท่านั้น สุขภาพเกิดอยู่ในตัวคน สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อม ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ในชุมชน และในธรรมชาติหรือภูมินิเวศต่างๆ ดังนั้นการสาธารณสุขแนวใหม่จึงไม่ใช่เรื่องของวงการแพทย์และสาธารณสุขเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนในสังคมมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการสร้างสุขภาพ (ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค) หรือแม้แต่ในส่วนของการซ่อมสุขภาพ (การจัดบริการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสุขภาพ) ก็ตาม สุขภาพจึงต้องถูกปลูกฝังอยู่ในจิตสำนึก กระบวนทัศน์ (มุมมอง วิธีคิด) และค่านิยมของทุกคน ทุกชุมชน – สังคมและทุกองค์กร การดำเนินชีวิตหรือกิจการใดๆของบุคคลหรือองค์กรจะต้องมีจิตสำนึกและบูรณาการกับสุขภาพอยู่ด้วยเสมอ ดังนั้นการดำเนินงานสาธารณสุขแนวใหม่จึงเปิดโอกาสให้มีคนและองค์กรใหม่ๆ (New Players or New Partners) เข้ามามีส่วนร่วมทั้งการบริหารจัดการและการจัดบริการ ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน ประเทศ และนานาชาติ จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมคนในชาติให้เข้าใจและมีส่วนร่วมพัฒนาสุขภาพแนวใหม่นี้อย่างทั่วถึงและกว้างขวาง
ในปี 2553 สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนจึงได้เปิดให้มีการเรียนการสอนในสาขาการจัดการสุขภาพชุมชนขึ้น  ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรีศิลปศาสตร์บัณฑิต โดยมุ่งเน้นการสร้าง “บุคลากรสุขภาพแนวใหม่” ที่เข้าใจเรื่องการสาธารณสุขและระบบสุขภาพแนวใหม่ได้เป็นอย่างดี มีความสามารถใช้หลักวิชาการและการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของมวลประชาและองค์กรต่างๆ  (All For Health) ในการสร้างสุขภาพ การป้องกันโรค การจัดบริการสุขภาพชุมชน การปรับปรุงอนามัยสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว และชุมชนท้องถิ่น พร้อมทั้งมีจิตอาสา สามารถบูรณาการและขับเคลื่อนการพัฒนาสุขภาพร่วมกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในด้านอื่นๆ สามารถเสริมสร้างพลังชุมชนและพลังภาคีให้มีความเข้มแข็งบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองและการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน หลักสูตรนี้จึงเปิดโอกาสและทางเลือกใหม่ทางการศึกษา สำหรับประชาชนทั่วไป ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้ที่เป็นภูมิปัญญาของชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุข  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีจิตอาสาพัฒนาสุขภาพในชุมชนและจบมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งบุคลากรด้านสุขภาพ ได้เรียนรู้ต่อเนื่องถึงระดับปริญญาตรี นอกจากนั้นหลักสูตรนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างผู้นำด้านการพัฒนาสุขภาพของท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาและการจัดการสุขภาพชุมชนแบบบูรณาการและมีความยั่งยืน การพัฒนาหลักสูตรการจัดการสุขภาพชุมชนนี้เป็นไปตามแนวทางในประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องเกณฑ์มาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ.2549 ส่วนการจัดโครงสร้างหลักสูตรก็เป็นไปตามหลักการในประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ.2548 เพื่อเป็นหลักประกันคุณภาพมาตรฐานการศึกษาของทางราชการไว้ด้วย
ในด้านการเรียนการสอน จะเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้ให้มาก อาจารย์สอนน้อยๆแต่จะใช้เทคนิคทางการศึกษาเพื่อกระตุ้นและสนับสนุนให้นักศึกษาได้เรียนรู้ เช่น การชี้แนะ การเป็นที่ปรึกษา การเป็นโคช การสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของนักศึกษา ครอบครัว ชุมชน หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการกับชีวิตจริงของนักศึกษา เอาชีวิตของนักศึกษาเป็นตัวตั้ง ผ่านการจัดทำโครงงานการจัดการสุขภาพทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน กล่าวคือ เป็นการเรียนที่บูรณาการการศึกษากับการพัฒนาไว้ด้วยกัน ซึ่งคาดหวังไว้ว่าสุขภาวะของผู้เรียน ครอบครัวและชุมชนจะดีขึ้นเรื่อยๆตลอดระยะเวลาการศึกษา 3 – 4 ปีด้วยการนำและการจัดการของผู้เรียนเอง เป็นการเรียนที่มุ่งเสริมสร้างคุณค่า ศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจในชีวิต (Self Esteem) เป็นการเรียนเพื่อมุ่งสร้างความสามารถในการพัฒนาตนสู่ความสำเร็จ (Self Actualization) และเรียนเพื่อสร้างคุณธรรม จริยธรรม และจิตอาสาร่วมพัฒนาชุมชน (Transcendence) พร้อมทั้งมุ่งให้เกิดครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง และการอยู่ดีมีสุข   
โครงสร้างหลักสูตรการจัดการสุขภาพชุมชนนี้ 120 หน่วยกิต ประกอบด้วย

  1. หมวดวิชาทั่วไป 30 หน่วยกิต เป็นวิชาที่เสริมสร้างความรู้ ความตะหนักและทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน ได้แก่ กลุ่มวิชาภาษาและการสื่อสาร กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์ กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์ และกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  2. หมวดวิชาพื้นฐานวิชาชีพ 33 หน่วยกิต เป็นวิชาที่ปูพื้นฐานด้านสุขภาพ ให้นักศึกษาได้เห็นความสัมพันธ์ของสุขภาพกับระบบอื่นๆในสังคม ความสำคัญของข้อมูลชุมชน และการเป็นผู้นำด้านสุขภาพในชุมชน ประกอบด้วย วิชาระบบสุขภาพ ระบบสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการพัฒนาสุขภาพ ระบบสุขภาพพอเพียงกับการพัฒนาสุขภาพชุมชนแบบยั่งยืน การประชาพิจัยเพื่อสุขภาพ การให้การปรึกษา การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาสุขภาพชุมชน สุขภาพและวิถีชุมชน การสร้างพลังสังคม ผู้นำการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ ภาคีเครือข่ายชุมชนกับการพัฒนาการจัดการสุขภาพชุมชน คุณธรรมและจริยธรรมในงานการจัดการสุขภาพชุมชน
  3. หมวดวิชาชีพ 51 หน่วยกิต เป็นวิชาเฉพาะเพื่อพัฒนาผู้นำการจัดการสุขภาพชุมชน ประกอบด้วย วิชาการจัดการบริการสุขภาพชุมชน การจัดการการคุ้มครองสุขภาพชุมชน การจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชนน่าอยู่ โรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อในชุมชนและการป้องกัน การสร้างเสริมสุขภาพบุคคลครอบครัวและชุมชน สุขภาพจิตชุมชน การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน หลักและกระบวนการจัดการสุขภาพชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ อาหารกับการพัฒนาสุขภาพชุมชน การจัดการผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน การนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ สัมมนาปัญหาสุขภาพจิตชุมชน สัมมนาการจัดการสุขภาพชุมชน สัมมนาการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน สัมมนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ
  4. หมวดวิชาเลือกเสรี 6 หน่วยกิต เป็นวิชาที่นักศึกษาสนใจ ได้แก่ วิชาสันติศึกษา การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม การจัดการอุบัติภัย เพศศึกษา อนามัยครอบครัว การดูแลสุขภาพทางเลือก

เมื่อสำเร็จการศึกษาจะมีความรู้ ความสามารถทั้งด้านวิชาการ การบริการ และการจัดการสุขภาพชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การคุ้มครองสุขภาพ รวมทั้งการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนได้ สามารถปฏิบัติงานในองค์กรสาธารณสุขทั้งในภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือภาคเอกชน หรืออาชีพอิสระได้ตามที่ต้องการ

อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังจบการศึกษา
1. ผู้ปฏิบัติงานด้านวิชาการ บริการสุขภาพและสาธารณสุขรวมทั้งด้านการบริหารจัดการสุขภาพและงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและองค์กรปกครองท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการดูแลการจัดการสุขภาพชุมชน ตลอดจนการคุ้มครองดูแลผู้บริโภคด้านสุขภาพ
2. ประกอบอาชีพอิสระทางด้านสุขภาพอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่
พึงประสงค์

ปรัชญา ความสำคัญ และวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
            ปรัชญาของหลักสูตร
มีความรู้ความสามารถและทักษะการจัดการสุขภาพอย่างมุ่งมั่นในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน ตามหลักสุขภาพพอเพียงโดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านสุขภาพแนวใหม่กับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้เกิดสังคมสุขภาวะ บนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง
            วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
1) เพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกทางการศึกษา สำหรับประชาชนทั่วไป  บุคลากรสุขภาพ และ อาสาสมัครสาธารณสุข  ได้เรียนรู้ต่อเนื่องถึงระดับปริญญาตรี เพื่อการพัฒนาการจัดการสุขภาพชุมชน
2) เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถด้านการสร้างเสริมสุขภาพ  การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การควบคุมแก้ไขสิ่งแวดล้อม
3) เพื่อให้ผู้เรียนประยุกต์ความรู้และมีทักษะในการแก้ไขปัญหาสุขภาพของตนเอง  ครอบครัว และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4) เพื่อให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการจัดการสุขภาพชุมชนภายใต้จิตสำนึกที่มีจิตอาสา มีคุณธรรมจริยธรรม  และจรรยาวิชาชีพ
5) เพื่อสร้างผู้นำด้านการพัฒนาสุขภาพของท้องถิ่น ที่นำไปสู่การแก้ปัญหาการจัดการสุขภาพชุมชนแบบบูรณาการและมีความยั่งยืน

 




๑๓/๒ ถนนแม่กลอง-บางนกแขวก หมู่ ๑ ตำบลบางคนที อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ๗๕๑๒๐
อีเมล์ info@life.ac.thโทรศัพท์ ๐๓๔-๗๕๗๔๕๒ - ๙ โทรสาร ๐๓๔-๗๕๗๔๖๐